หน้าแรก   เกี่ยวกับเรา   สมาชิก   แจ้งการชำระสินค้า   ข่าว&โปรฯ   สินค้า   สาระน่ารู้   คำถามที่พบบ่อย   ติดต่อเรา 

สัญญาณของผิวที่เริ่มมีอายุโดยทั่วไป

สัญญาณของผิวที่เริ่มมีอายุโดยทั่วไป

เริ่มตั้งแต่อายุ 25 ปี ผิวของเราเริ่มแสดงสัญญาณสำคัญที่ทำให้รู้ว่าผิวเริ่มมีอายุมากขึ้น โดยริ้วรอยตื้นๆ จะเริ่มเกิดขึ้นก่อน และพัฒนาเป็นริ้วรอยที่มีขนาดใหญ่และลึกขึ้น จนกระทั่งเกิดการสูญเสียวอลุ่มในเซลล์ผิวและความหนาแน่นของผิวจากภายในที่สังเกตได้จากภายนอก การทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยทั้งภายนอกและภายในที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและการทำงานของผิว จะช่วยให้เราสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างถูกต้อง


สัญญาณของผิวที่มีอายุมากขึ้นมีอะไรบ้าง?



สัญญาณของผิวที่เริ่มมีอายุนั้นแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท

ริ้วรอย
สัญญาณแรกที่บ่งบอกถึงผิวที่เริ่มมีอายุมากคือริ้วรอย ที่เริ่มก่อตัวตั้งแต่อายุ 25 เป็นต้นไป เกิดขึ้นตามจุดต่างๆ บนใบหน้าและสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุด โดยจะเริ่มเป็นริ้วบางๆ ก่อน โดยจุดที่มักสังเกตเห็นได้ง่ายคือบริเวณหางตา หรือที่เราเรียกกันว่ารอยตีนกานั่นเอง นอกจากนั้นแล้วสาวๆ บางคนอาจสังเกตเห็นริ้วรอยบริเวณแก้มหรือหน้าผาก ที่มักจะเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเราแสดงสีหน้าต่างๆ และเมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้นก็จะยิ่งเป็นรอยชัดและลึกขึ้น


การสูญเสียวอลุ่มของเซลล์ผิว
การที่ผิวสูญเสียวอลุ่มทำให้ใบหน้าดูหย่อนยาน รูปหน้าเปลี่ยนไป จากหน้าเรียว V shape กลายเป็นคล้ายตัว U มากกว่า


การสูญเสียความหนาแน่นของเซลล์ผิว
จะเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดจากผิวที่แลดูบางลงและมีความอ่อนแอ การสูญเสียความหนาแน่นของผิวมีผลกระทบต่อผิวทั่วใบหน้า แตกต่างจากริ้วรอยหรือการหย่อนคล้อยของหน้าที่เกิดขึ้นเฉพาะจุดเท่านั้น




________________________________________

ริ้วรอยเกิดขึ้นในทุกชั้นผิว
การเปลี่ยนแปลงของผิวที่มีอายุมากขึ้น เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังทั้ง 3 ชั้น
• ชั้นหนังกำพร้า เมื่ออายุมากขึ้น การผลัดเซลล์ผิวเริ่มช้าลงและร่างกายผลิตไขมันน้อยลง ทำให้ผิวดูแห้งกร้านได้ นอกจากนั้นแล้วผิวยังเซนซิทิฟกับรังสียูวีมากเป็นพิเศษ ไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ง่ายและเร็วเหมือนผิววัยหนุ่มสาว แพ้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม
• ชั้นหนังแท้ มีองค์ประกอบหลัก คือ คอลลาเจน และ Elastic Fiber ที่ให้ความยืดหยุ่นกับผิว แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงประมาณปีละ 1% ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวมีคุณภาพลดลง ผิวจึงมีอาการหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น
• ชั้นไขมัน ซึ่งถือเป็นชั้นที่ช่วยเสริมให้รูปทรงของใบหน้าคงรูปอยู่ได้ดี แต่เมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น ชั้นไขมันนี้จะมีความหนาแน่นลดลง ทำให้เกิดผิวยวบลงได้อย่างชัดเจน จึงสังเกตได้ว่าส่วนใบหน้าจะมีการยวบลงมา ทำให้หน้า V shape กลายเป็น U shape ได้ และทำให้ริ้วรอยที่เกิดขึ้นยิ่งดูลึกกว่าเดิม



ปัจจัยภายในที่ทำให้ผิวมีอายุ
ปัจจัยบางอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การทำงานของเซลล์ผิวนั้นจะค่อยๆ ช้าลงและเสื่อมประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต่างอะไรกับการทำงานของระบบอื่นๆ ในร่างกายเมื่อเราอายุมากขึ้น
• การไหลเวียนของโลหิต ที่นำสารอาหารที่สำคัญและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ผิว เมื่อเสื่อมสภาพลงจะทำให้ผิวหน้าสูญเสียสิ่งที่เราเรียกว่า “แดงระเรื่อ” ที่มักพบในผิวหนังเด็กหรือวัยหนุ่มสาว
• กรรมพันธุ์ เป็นส่วนสำคัญที่เป็นตัวตัดสินว่าผิวของแต่ละคนจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่ออายุมากขึ้น เชื้อชาติและสภาพผิวของแต่ละคนมีส่วนที่ทำให้ริ้วรอยและการหย่อนคล้อยของผิวต่างกัน ผิวแพ้ง่ายมักจะเกิดริ้วรอยก่อนผิวปกติ ในขณะที่ผิวของชาวเอเชียอาจเกิดริ้วรอยและสีที่ไม่สม่ำเสมอช้ากว่า
• อายุ ในผิวที่มีอายุน้อย การเชื่อมต่อของแต่ละชั้นผิวที่มีความแข็งแรงจะทำให้การลำเลียงสารอาหารและความชุ่มชื่นมีประสิทธิภาพดีกว่าแต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป การเชือมต่อและระบบต่างๆ เริ่มทำงานช้าลงและมีประสิทธิภาพน้อยลง ผลก็คือผิวที่ดูมีอายุมากขึ้น


ปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผิวมีอายุ
ปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่มีผลต่อการเกิดริ้วรอยหรือการหย่อนคล้อยของผิว เกิดจากการเกิดอนุมูลอิสระ ตามปกติ อนุมูลอิสระในผิวจะถูกกำจัดได้โดยสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างขึ้นมาตามธรรมชาติ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายสามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้น้อยลง ผลลัพธ์ก็คือเซลล์ผิวที่ถูกทำลายจากปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะเป็น

• แสงแดด รังสียูวีในแสงแดดเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในเซลล์ผิว ทำให้เกิดจุดด่างดำในผิว ฝ้าแดด กระ สีผิวแลดูไม่สม่ำเสมอ หมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส
• มลภาวะ โดยเฉพาะสาวๆ ที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ มลภาวะต่างๆ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในผิว
• บุหรี่ สารนิโคติน ในบุหรี่มีส่วนทำให้คอลลาเจนในผิวคุณภาพเสื่อมลงผิว
• การรับประทานอาหาร การเลือกทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเช่น ผักและผลไม้บางชนิด เป็นตัวช่วยสำคัญในการช่วยให้เซลล์ผิวสามารถต่อสู้กับอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นได้
• การไม่ใส่ใจดูแลผิว ผิวที่ไม่ได้รับการบำบัดดูแลอย่างถูกวิธีมักจะแสดงสัญญาณของการมีอายุเร็วขึ้น การทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวและการบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ นอกจากนั้นการใช้ครีมกันแดดทุกวันมีส่วนช่วยป้องกันริ้วรอยได้อย่างดี


________________________________________
ดูแลผิวอย่างไรให้ไม่แก่?
ความเข้าใจในกระบวนการที่เกิดขึ้นในผิวเมื่ออายุมากขึ้นจะข่วยให้เราสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างดีขึ้น

• ไลฟ์สไตล์
การเกิด oxidative stress หรือการที่เซลล์ถูกทำร้ายโดยอนุมูลอิสระ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัย ดังนั้นการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการแก่ก่อนวัย


• การเลือกรับประทานอาหาร
เลือกรับประทานผัก ผลไม้ที่มีประโยชน์จะช่วยวที่เริ่มมีอายุคือ การสูญเสียวอลุ่ม การสญเสียความหนาแน่นของผิว และริ้วรอยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกายซึ่งจะช่วยลดผลกระทบของการที่เซลล์ถูกทำร้ายโดยอนุมูลอิสระได้ อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท แอปริคอท ผักและผลไม้สีส้มและสีเหลืองประเภทอื่นๆ บลูกเบอร์รี่ ผักใบเขียว พริกหยวก มะเขือเทศ ถั่ว และปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน ส่วนอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรทสูงเกินไปควรหลีกเลี่ยง



• การนอนหลับอย่างเพียงพอ
มีส่วนช่วยในการทำให้ผิวดูเด็กได้การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยป่องกันการแก่ก่อนวัย