หน้าแรก   เกี่ยวกับเรา   สมาชิก   แจ้งการชำระสินค้า   ข่าว&โปรฯ   สินค้า   สาระน่ารู้   คำถามที่พบบ่อย   ติดต่อเรา 

บอกลา...ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา

บอกลา...ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา

 

                ริ้วรอยรอบดวงตา เป็นอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งของผู้หญิงเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสติน กรดไฮยาลูรอนิกในผิวลดลง และสารอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ผิว ซึ่งปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเกิดได้จากปัจจัยอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่ชอบขยี้ตาหรือถูตาเป็นระยะเวลานานๆ การเคลื่อนไหวแสดงอารมณ์ต่างๆ บนใบหน้าซ้ำๆ  สภาพแวดล้อม อาหารการกิน หรือไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปของแต่ละบุคคล ก็ล้วนแล้วแต่มีส่วนในการทำให้ริ้วรอยแสดงตัวอย่างชัดเจนมากขึ้นด้วย

 


วิธีลดรอยย่นใต้ตา

1.ดูแลผิวรอบดวงตา 

                 สิ่งสำคัญคือคุณควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตาได้ ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ พักผ่อนสายตาบ้างถ้าต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ไม่ขยี้ตาหรือถูตาแรงๆ เช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตาอย่างเบามือ หมั่นทาครีมบำรุงรอบดวงตาทุกวัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ออกกำกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้ผิวกระชับเต่งตึง งดการสูบบุหรี่ เป็นต้น


 2.ครีมบำรุงรอบดวงตา 

 

                 ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตามักมาจากการขาดความชุ่มชื้นพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้นเสมอ อีกทั้งผิวบริเวณรอบดวงตายังมีปริมาณไขมันในผิวต่ำ ทำให้ผิวใต้ตาของเราแห้งได้ง่ายเป็นพิเศษ ดังนั้นการหันมาดูแลผิวรอบดวงตาอย่างเหมาะสมด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ จะสามารถช่วยป้องกันเกิดริ้วรอยรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี โดยคุณควรเลือกใช้ครีมหรือเจลที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และส่วนผสมอื่นๆ ที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยทำให้ริ้วรอยแลดูลดเลือนและดูกระชับได้ และให้ใช้นิ้วนางในการทา เพราะเป็นนิ้วที่มีแรงกดน้อยที่สุด และอย่าพยายามถูผิวหนังรอบดวงตา เพราะจะทำให้ความยืดหยุ่นของผิวลดลง จนนำไปสู่ความหย่อนคล้อยและริ้วรอยที่เพิ่มมากขึ้นได้

                   2.1สูตรใบบัวบก 

                 นำใบบัวบกสดๆ มาปั่นหรือตำ แล้วกรองเอาเฉพาะน้ำ จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำใบบัวบกที่ได้นำมาพอกใต้ตาหรือทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก ทุกวันก่อนนอน ใบบัวบกจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้

                 2.2สูตรแตงกวา 

                 ให้คุณใช้แตงกวาที่ล้างสะอาดแล้วนำมาหั่นเป็นแว่นบางๆ  2 แว่น นำมาปิดทับลงบนเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วจึงค่อยนำแตงกวาออก ก็จะช่วยทำให้ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้นและริ้วรอยรอบดวงตาดูจางลง


3.การรักษาด้วยยาทา 

                 โดยจะเป็นการใช้ยาทาในกลุ่มวิตามินซีและวิตามินเอ นำมาทาบริเวณดวงตาบางๆ จากหัวตาไปยังหางตาทั้งเปลือกตาล่างและบน เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยและชะลอการเกิดริ้วรอยให้ช้าลง ข้อดีของวิธีนี้คือจะมีค่าใช้จ่ายจะไม่สูงมากนัก แต่การรักษาจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่จะเหมาะกับกรณีที่เป็นริ้วรอยตื้นๆ เท่านั้น ส่วนริ้วรอยลึกๆ หรือรอยตีนกาจะช่วยได้แค่ชะลอให้เกิดช้าลงเท่านั้น

              3.1 ฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

                 สำหรับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาค่อนข้างเยอะและมีปัญหาร่องใต้ตาไม่ลึกหรือกว้างมากนัก  เพื่อเติมเต็มแอ่งใต้ตาให้ตื้นขึ้น  และทำให้ใต้ตาดูอวบอิ่มสดใสมากขึ้นกว่าเดิม โดยสารที่นำมาฉีดจะเป็นสังเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับสารที่มีอยู่ในร่างกายอย่างไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid – HA) ซึ่งสารที่นำมาฉีดนี้จะสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติและต้องทำการฉีดซ้ำทุกๆ 6-8 หลังฉีดแล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที


                 3.2 โบท็อกซ์ (Botox) 

                 รักษาริ้วรอยใต้ตาที่เป็นริ้วเล็กๆ รวมถึงรอยตีนกาอย่างได้ผลภายใน 1-2 สัปดาห์หลังทำ โดยโบท็อกซ์จะมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเกิดการคลายตัวชั่วคราว ทำให้ริ้วรอยจางลงอย่างชัดเจน แต่ต้องทำการฉีดซ้ำทุกๆ 6-8 เดือน และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะถ้าฉีดมากเกินไปจะทำให้ใต้ตาดูตึงและยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ


               3.3 การฉีดไขมันใต้ตา (Fat Transfer) โดยใช้วิธีฉีดไขมันของตัวเองที่มีอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้องหรือต้นขา โดยนำมาฉีดลงไปยังผิวหนังบริเวณใต้ตาเพื่อให้เซลล์ไขมันไปสัมผัสกับเนื้อเยื่อภายในมากที่สุด จึงทำให้ผิวกระชับเต่งตึงและเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือผลกระทบหลังการฉีด แต่วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่มีริ้วรอยใต้ตาลึกและมีปัญหาร่องใต้ตาลึกและกว้างด้วย และต้องทำโดยแพทย์ที่ชำนาญ


                  3.4 เลเซอร์ใต้ตา จะเป็นการใช้เลเซอร์ในกลุ่มช่วยในการซ่อมแซมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น CO2 laser, Erbium Laser ฯลฯ ช่วยทำให้รอยย่นที่ลงลึกค่อยๆ จางลงได้ จะเห็นผลได้ดีกับริ้วรอยที่ไม่ลึกมากนัก แต่จะเห็นผลค่อนข้างช้าอย่างน้อยประมาณ 2-3 เดือน ในขณะทำการเลเซอร์จะมีอาการร้อนเล็กน้อย หลังทำเลเซอร์แล้วอาจมีอาการบวมแดง ตึงๆ อยู่สักประมาณ 15-20 นาที

 

               3.5 รักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Radio Frequency – RF) RF สามารถช่วยรักษาเรื่องริ้วรอยต่างๆ ริ้วรอยเล็กๆ รวมถึงริ้วรอยรอบดวงตาได้ โดยเป็นการใช้หลักการทำงานด้วยความร้อนปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนๆ ในรูปของคลื่นความถี่วิทยุ ที่จะไปช่วยเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นหนังแท้ซึ่งมีคอลลาเจนอยู่ให้เกิดการกระชับตัว และกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ทำให้ปัญหาริ้วรอยของคุณลดลงได้และอยู่ได้นานเมื่อทำการรักษาตั้งแต่ 4-6 ครั้งขึ้นไป